[SpecialFic] Little Wolf and me
posted on 21 Nov 2007 19:49 by malangporyim in Fiction, RO-the-Releaserคุคุคุคุ...
เพิ่งขุดเจอสมบัติโบราณ ฟิคแร็กบร้า เป็นงานสมัยที่ยังอ่อนหัดนัก... เอามาลงแก้ขัด
เป็นเรื่องราวในบ้านของเราเอง คู่ปอยิ้ม X ฟาริลที่มีอีกสามคู่เจือปนกันอย่างสลับทับซ้อนly (< ทำให้เป็น adverb)
คนที่อ่านฟิคเราอาจจะไม่เข้าใจ หรืออาจจะเข้าใจ
แน่นอนว่าคนที่ไม่ได้อ่านก็อาจจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน พุริ!
รักเรนซ์ อั๊งส์ >___<
RO tht Releaser Special Fiction: Little Wolf and me
พระเอกฟิค VS คนเขียน ฟาริล VS แมลงปอยิ้ม Monk VS Hunter ผลจะออกมาเป็นเช่นไร !!??
“ไอ้ปอเย้มมม~ เอาเฟิร์สคิสของฉันคืนมา~~~!!”
สารพัดสิ่งของลอยหวือข้ามห้องด้วยฝีมือของเด็กหนุ่มในชุดคลุมยาว โดยมีเป้าหมายคือชายหนุ่มผมแดงที่วิ่งหลบไปมา ก่อนจะเลือกหลังโต๊ะที่โดนล้มก่อนหน้านี้เป็นที่กำบัง
“แกจะบ้าเหรอ ทำยังไงให้ตายก็คืนไม่ได้หรอก เรื่องมันเลยแล้วก็ต้องเลย ๆ ดิ” แมลงปอยิ้ม ฮันเตอร์หนุ่มที่หลบอยู่หลังโต๊ะตะโกนกลับไป เห็นแจกันสีฟ้าอ่อนราคาแพงลอยข้ามหัวไปกระแทกกำแพงด้านหลังแตกละเอียดอย่างสวยงาม
“ไม่รู้แหละ แต่ฉันจะฆ่าแกว้อยยย~~~!!” มังค์หนุ่มฟาริล แรนดอล์ฟหยิบลูกแก้วสีฟ้ากลมขนาดเหมาะมือที่เป็นของตกแต่งบ้านขว้างเข้าใส่ริมโต๊ะ ซึ่งก็เฉียดคนหลบไปเพียงเล็กน้อย “ไอ้หน้าไม่อาย ขโมยจูบฉันไปตอนไม่รู้ตัวแล้วยังจะหนีอีกเหรอ”
“ก็เพราะแกไม่รู้ตัวถึงต้องทำให้แกรู้สึกตัวไงฟะ ทีแกอัดฉันกะพวกริวโตไปตั้งหลายทียังไม่มีใครโวยวายเลย” แมลงปอยิ้มโผล่หน้าขึ้นมาเถียงได้แป๊บเดียวก็ต้องรีบหลบเพราะลูกแก้วอีกลูกกำลังพุ่งเข้ามา “แล้วอีกอย่างนะ เฟิร์สคิสของแกก็เสียให้เรนีย์จังไปแล้วนี่หว่า แกจะมาเอาอะไรจากฉันอีก~”
“จูบแรกกับผู้ชายของฉันต้องเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่แกว้อย~~~!!”
ลูกแก้วลูกที่สามลอยหวือมาอีก แต่มือหนึ่งรับไว้ทัน เจ้าของมือนั้นคือพ่อค้าหนุ่มน้อยผู้มีเรือนผมยาวสีทองถักเป็นเปีย นามเอ็ดเวิร์ด เอลริค
“ว้า อย่าโยนของในบ้านสิ กลาสบีดมันแพงนะ -*- ” เขามองไปทางฟาริลอย่าตำหนิ “ปอยิ้มก็ด้วย อย่าวิ่งพล่านนัก ของล้มหมด”
“นั่นน่ะสิ...” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น พ่อมดหนุ่มริวโตผู้มีผมสีน้ำเงินเรียบร้อยเดินลงมาจากบันไดแล้วพูดต่อ “คนซื้อเสียดาย คนซ่อมก็เหนื่อยนะครับ” เขาก้มลงหยิบเศษแจกันที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาและใช้เวทมนตร์สมานรอยแตก
“ถ้าจะสู้กันก็ไปที่ ๆ ไม่เดือดร้อนคนอื่นสิ” เอ็ดเวิร์ดเกาหัวแกรกแล้วดันตู้หนังสือกลับเข้าที่เดิม
-Little Wolf and me-
ณ ถ้ำร้างแห่งหนึ่งในเขตป่าเกฟเฟน ถ้ำนี้สูงและโปร่ง ผนังถ้ำเป็นหินสีเทาอ่อนมีทางเข้าออกสูงกว่าพื้นอยู่มาก และด้านล่างนั้นคือลานเรียบ ๆ ที่มีชายสองคนยืนอยู่ หนึ่งคือพระนักสู้ผมสีน้ำตาลกระเซอะกระเซิงในชุดคลุมเครื่องแบบของมังค์ และมีเสื้อยืดสีดำใส่อยู่ด้านใน อาวุธของเขาคือฟิสต์ สนับมือข้างขวาครอบหลังมือสีแดงสด อีกหนึ่งคือพรานหนุ่มผมสีแดงชี้โด่เด่ มีเขาสีเข้มบิดงอเป็นเกลียวออกมาจากหัวสองข้างในเครื่องแบบเสื้อทับและเสื้อแมนเทิลสีดำคลุมอีกชั้น ธนูฮันเตอร์โบวในมือถูกกำไว้หลวม ๆ อย่างสบาย ๆ มืออีกข้างของเขาถือลูกธนูเงินสองดอก ส่วนที่เหลือถูกบรรจุอยู่ในกระบอกธนูด้านหลัง
“เตรียมใจเอาไว้แล้วใช่ไหมจ๊ะ” แมลงปอยิ้มทำท่าส่งจูบล้อเลียน
“เออ ฉันไม่แพ้แกหรอก” ฟาริลดึงผ้าโพกหัวลายกะโหลกผืนโปรดจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมัดคาดหัว เขายืนนิ่งอยู่ซักพักก่อนจะร่ายคาถาเร่งความเร็วให้ตัวเองและอธิษฐานพรเพิ่มพลัง
“เฮ้ย เอบีให้ด้วยจิ =w=+ ”
“ = =||| ”
“นะ นะ นะ น้า~”
“ฝันไปเหอะ”
“บู่ววว ไอ้งก คนอะไรไม่มีน้ำใจเอาซะเลย =^=a ”
ฟาริลไม่รอต่อปากต่อคำกับฮันเตอร์หนุ่ม เขาพุ่งเข้าใส่แมลงปอยิ้มแล้วอัดสามหมัดซึ่งก็พลาดไปเพียงเล็กน้อย
“เดี๋ยวเซ่ ฉันขอถามแกก่อน ถึงแกจะฆ่าฉันไปแล้วมันได้อะไรขึ้นมาฟะ” ชายหนุ่มก้มหลบอีกหมัดก่อนจะพลาดท่าโดนฟาริลเข่าใส่กลางท้อง
“ความสะใจ...” คนตอบยิ้มโหด ทำให้พรานหนุ่มสะดุ้งเฮือกเกือบโดนสนับอัดหน้าไปอีกครั้ง ร่างของแมลงปอยิ้มหายไปจากจุดเดิมและปรากฏตัวอยู่บนแง่งหินเหนือหัวฟาริล
“ถ้ำที่นี่ฉันกะคนในกิลด์มาฝึกกันบ่อย ๆ เฟ้ย เรื่องสถานที่ฉันได้เปรียบกว่าแกสามเท่า” เขาชูนิ้วสามพลางยิ้มกว้าง (เอาอะไรมาวัดฟระ!?)
“เฮ้ย ขี้โกงนี่ หนีขึ้นไปข้างบนแล้วแกก็ได้เปรียบสิ” ฟาริลโวยวาย
“แกเป็นคนเลือกให้มาสู้กันที่นี่เองนา..ดับเบิ้ล สเตร๊ฟ !!” แมลงปอยิ้มยิงศรคู่ใส่ฟาริลอย่างแม่นยำ
“หนอย~” มังค์หนุ่มเรียกบอลพลังจิตขึ้นมาห้าลูก และเล็งมือไปทางฮันเตอร์หนุ่ม
“คิดว่ายิงฉันโดนก็ลองดูสิ” เมื่อบอลพลังจิตพุ่งจากปลายนิ้วเด็กหนุ่มเขาก็กระโดดหลบไปที่แง่งหินสูงชันอีกจุด ที่เดิมที่แมลงปอยิ้มยืนอยู่แหลกละเอียดเป็นจุล บอลอีกสี่ลูกต่างมีเป้าหมายคือแง่งหินสูง ๆ ต่ำ ๆ ที่ผนังแต่ละอัน และแมลงปอยิ้มก็นึกขึ้นมาได้ทันที ‘เฮ้ย...หรือว่าเจ้าฟาริลมันคิดจะทำลายที่ยืนให้หมด ซวยล่ะตู’
บอลพลังจิตลูกสุดท้ายพุ่งมาทางหินใต้เท้าของเขา พรานหนุ่มตัดสินใจกระโดดเข่าบินลงไปกระแทกหวฟาริลเต็มแรงจนเขาปลิวไปไกล
“เป็นฮันต์ก็ใช้ธนูสิฟะ อยู่ดีไม่ว่าดีกระโดดเข่าลงมามันเจ็บนะเว้ยเฮ้ย” ฟาริลลุกขึ้นอย่างมึน ๆ แล้วก็
...แกร็ก...
ขาของเขาติดกับดักยึดขาของแมลงปอยิ้มเข้าไปเต็ม ๆ เจ้าของกับดักกำลังยืนยิ้มระรื่นเล็งธนูมาทางเขา “ยังอ่อนนะจ๊ะ ฟาริลคุง~”
“เชอะ~” ฟาริลเรียกบอลพลังจิตขึ้นมาอีกห้าลูกและชกพื้นเสียงดังสนั่น บอลพลังจิตเปลี่ยนเป็นออร่าสีแดงคลุมรอบร่าง บอลอีกห้าลูกถูกเรียกขึ้นมาใหม่แล้วเขาก็หลุดออกจากกับดักพอดี
‘มันต้องวิ่งเข้ามาอาชูร่าแน่ ๆ มีทางเดียวคือต้องเบิ้ลให้จบก่อนถึงตัวเราเท่านั้น’ ลูกธนูสองดอกพุ่งออกจากคันธนูของชายหนุ่ม แล้วก็อีกสองดอก แล้วก็อีกสองดอก
ฟาริลพุ่งฝ่าเข้ามาจนถึงตัวแมลงปอยิ้มแล้วจับคันธนูไว้ด้วยท่าสต๊อปเบลด
“อะ...เอ๋” ฮันเตอร์หนุ่มหน้าซีด หันหลังไปพบกำแพง เขาจนมุมซะเองแล้ว~
“ใครกันแน่ที่ยังอ่อน” ฟาริลพูดเสียงกวน “อาชูร่า สไตรค์ !!”
สุดยอดแห่งหมัดอัดเข้าใส่ร่างของแมลงปอยิ้ม ผนังถ้ำทรุดตัวลงด้วยพลังทำลายขั้นสูงสุด เกิดรอยแตกวงใหญ่ขึ้นและซัดร่างพรานหนุ่มทะลุรอยแตกเข้าไป
ทางฟาริล แม้จะยังยืนไหวแต่เขาก็เซ ๆ เหมือนกัน เขามองไปทางฝุ่นหินที่ลอยคลุ้งจากการระเบิดถ้ำ “อย่าลุกขึ้นมาอีกนะเฟ้ย ฉันหมดแรงแล้ว”
แต่ไม่เป็นดังที่มังค์หนุ่มหวัง ร่างของพรานหนุ่มเดินออกมาจากม่านฝุ่นควัน ผมสีแดงที่เคยตั้งชี้โด่เด่และฝุ่นและเละไม่เป็นทรง เขาดึงเสื้อแมนเทิลออกและโยนลงบนพื้น
“ไอ้เสื้อนี่เกะกะเป็นบ้าเลยว่ะ ไม่รู้ไอ้เถิกบ้านั่นใส่เกราะแล้วยังคลุมเสื้อกองทัพไปได้ไงทั้งวัน”
“เฮ้ย แกรอดมาได้ไงอ่ะ” ฟาริลตกใจไม่น้อย เขามองแมลงปอยิ้มอย่าไม่เชื่อตาตนเอง ไม่มีทางเลยที่ฮันเตอร์จะรอดจากอาชูร่า สไตรค์ไปได้และเขาก็เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าพรานหนุ่มโดนหมัดของเขาเข้าไปเต็ม ๆ
“ก็ไปถามเอ็ดเวิร์ดเอาสิ” ชายหนุ่มแสยะยิ้มน่ากลัว
...
ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่แมลงปอยิ้มกำลังจัดเก็บธนูและโพชั่นต่าง ๆ ลงในกระเป๋าเตรียมออกไปสู้ตามคำท้าของฟาริล
“เอ้า เอาไปใส่ซะถ้ายังไม่อยากโดนอาชูร่าทีเดียวตาย” เอ็ดเวิร์ดยื่นเสื้อสีดำตัวหนึ่งให้แมลงปอยิ้ม
“อะไรอ่ะ” เขาถามและคลี่เสื้อลองใส่ดู
“จะอะไรซะอีกล่ะ ก็เสื้อโกสต์ไง” พ่อค้าหนุ่มตอบปนรำคาญ “ถ้าจะเอาเต็ม ๆ มันคือบวกห้าแมนเทิลใส่การ์ดโกสตริ้ง เข้าใจมะ?”
“โห เอาของแพงแบบนี้มาจากไหนเนี่ย” แมลงปอยิ้มทำตาโตเท่าไข่ห่านใส่เอ็ดเวิร์ด
“ก็ยืมมาดิ ใช้ดี ๆ ด้วยล่ะ ถ้าทำพังหรือหายล่ะก็ เตรียมตัวถอดเขาซัคคิวบัสบนหัวไปขายใช้คืนได้เลย”
“ง่า~ แต๊งกิ้ว”
...
และในขณะนี้เสื้อตัวที่เอ็ดเวิร์ดบอกให้ใช้อย่างทะนุถนอมนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นเรียบร้อยแล้ว แมลงปอยิ้มหยิบยากระตุ้นความเร็วสีเขียวจากกระเป๋าดื่ม แล้วพูดขึ้น “ถ้าแกเอาจริงฉันก็เอาจริงฟาริล อิมพรูฟ คอนเซ็นเทรชั่น !!” สกิลเรียกสมาธิถูกใช้อย่างรวดเร็วเพียงปิดตา และเมื่อลืมตาขึ้นเขาก็กล่าวต่อ “ถ้าฉันชนะขอจูจุ๊บอีกทีนึงนะจ๊ะ”
ร่างของพรานหนุ่มหายไปและเงาราง ๆ ของเขาก็ถีบฟาริลล้มคว่ำก่อนจะหายไปอีกด้วยความเร็วเกินจะมองทัน
“ไรอา !!” เสียงตะโกนของแมลงปอยิ้มเรียกเหยี่ยวสีน้ำตาลเข้มบินเข้ามาในถ้ำแล้วพุ่งเข้าโจมตีมังค์ จากนั้นชายหนุ่มก็เข้าประชิดด้วยความเร็วสูงชกเข้าที่ท้องเด็กหนุ่มพลางยิ้มเย็นชา “ไม่ใช่แกคนเดียวที่ต่อยเป็นนะ~”
ชายหนุ่มหายไปอีกครั้งและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปรอบ ๆ ถ้ำ
“จะใช้ไอ้นั่นเหรอ” ฟาริลหันไปมาขณะที่เสียงถีบเท้าไปบนผนังถ้ำรอบด้านเร็วขึ้นเรื่อย ๆ “เพื่ออะไร?”
“จูบไง = =+ ”
แมลงปอยิ้มถีบตัวขึ้นลอยบนอากาศพร้อม ๆ กับสาดลูกธนูจากรอบทิศทางราวสายฝน เป็นการใช้ทักษะแอร์โร่ว์ ชาวเวอร์ในมุมสูงพร้อม ๆ กับการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงรอบ ๆ เป้าหมายนับครั้งไม่ถ้วน
ลูกธนูปักทั่วร่างฟาริล แรนดอล์ฟ เขาล้มลงพร้อม ๆ กับที่ชายหนุ่มลงถึงพื้น “อย่าฝืนเลย เมื่อกี้เพิ่งใช้อาชูร่าไปไม่ใช่เหรอ” ว่าจบก็ยิงธนูคู่ซ้ำอีกที จากนั้นฟาริลก็ล้มลงและหมดสติไป
“โอ้ ไม่เลว ๆ นี่ขนาดทะเลาะกันเองนะเนี่ย เละซะขนาดนี้ต่อให้เป็นไนท์ก็คงไม่รอดล่ะมั้งเนี่ย” เสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือหัวแมลงปอยิ้ม พอดีกับที่การต่อสู้รู้ผลแพ้ชนะ
เขาแหงนหน้ามองไปที่ทางเข้าถ้ำ “ฉันเองก็ชักอยากลองกับไนท์ดูบ้างซะแล้วล่ะ โดยเฉพาะกับไนท์หัวเถิกเนี่ย”
“ก็ลองดูสิ” คราวนี้เป็นพรานหนุ่มยศพันตรีแห่งกองทัพมิดการ์ดที่เดินมาข้าง ๆ อัศวินหนุ่ม ผมของเขามีสีทองปรกหน้าผาก ดวงตาสีฟ้าเป็นประกายอ่อน ๆ พรานหนุ่มยิ้มให้แมลงปอยิ้มด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้คนเห็นเข้าใจว่ามีประโยคต่อท้ายว่า “...แล้วจะโดนเบิ้ลไส้ไหล”
“แล้วพวกนายมาทำอะไรกันที่นี่เนี่ย”
“มาทำงานอ่ะดิ ถามได้ เกฟเฟนก็เป็นเขตรับผิดชอบของฉันนี่หว่า” เรนซ์ อัศวินหนุ่มผมสีดำยาวถึงบ่ากระโดดลงมาถึงข้างตัวแมลงปอยิ้ม เขาก้มมองฟาริลที่นอนคว่ำหน้าหมดสติอยู่ “ตายยังเนี่ย?”
“ถึงไม่ก็ใกล้แล้วล่ะ” เขาตอบแบบไม่ค่อยสนใจนัก “มาก็ดีแล้ว ช่วยพามันไปส่งที่บ้านทีสิ”
“รับทราบ” เรนซ์ยิ้มร่าจนน่ากลัวช้อนตัวฟาริลขึ้นพาดบ่า ก่อนจะเดินกลับไปเขาก็หันกลับมาถาม “แล้วนายล่ะ”
“ไม่เป็นไร ฉันยังอยากอยู่ที่นี่อีกซักหน่อย” แมลงปอยิ้มทำหน้าประมาณว่าถ้ำนี้เป็นทุ่งหญ้าในวันที่อากาศแจ่มใสก็ไม่ปาน
“งั้นไปล่ะ” เรนซ์วิ่งไต่ขึ้นผาหินอย่างชำนาญทั้ง ๆ ที่แบกร่างเด็กหนุ่มอยู่ “ไป คลิฟฟ์”
“เฮ้ย ที่บอกให้ส่งที่บ้านนี่หมายถึงบ้านฉันนะเฟ้ย ห้ามพาแวะไปที่ไหนเด็ดขาด” แมลงปอยิ้มตะโกนไล่หลังด้วยความเป็นห่วงซึ่งก็ได้เพียงเสียงหัวเราะหึ ๆ เป็นคำตอบ
*****
เรนซ์เดินนำคลิฟฟ์ออกมาจากถ้ำแล้ววางร่างของฟาริลไว้บนหลังเปโกะที่ผูกทิ้งไว้หน้าถ้ำก่อนจะขึ้นขี่ และใช้มือหนึ่งประคอง “อ้าว มาสิ คลิฟฟ์”
“เอ่อ เดี๋ยวฉันตามไปทีหลังแล้วกัน” ชายหนุ่มมองเข้าไปในถ้ำที่เพิ่งออกมา “นายไปก่อนเถอะ”
เรนซ์ยักไหล่ เขาควบเป็ดจากไปพร้อมกับของเล่นชิ้นใหม่ที่นอนหมดสติอยู่ด้านหลัง...
*****
กลับมาที่แมลงปอยิ้ม เขาเดินโซเซเอียงซ้ายทีขวาทีไปที่ผนังถ้ำแล้วเก็บเสื้อแมนเทิลที่ถูกโยนลงบนพื้น ก่อนจะล้มพับลงไปพิงผนังถ้ำข้าง ๆ รูโหว่ที่เกิดจากอาชูร่าของฟาริล
“เง้อ~ ดำหมดเลยอ่ะ โดนเจ้าเอ็ดดุแน่ ๆ เยย TTwTT ” เขาบ่นกระปอดกระแปด “ลุกก็ลุกไม่ขึ้นด้วย แล้วตูจะกลับบ้านได้ไหมเนี่ย บร้าที่สรูดดด~”
“ก็สมควรอยู่หรอก = = ” ฮันเตอร์หนุ่มเดินลงมาจากทางเข้า “เล่นใช้สปินนิ่ง แฟลร์ตอนร่างกายไม่พร้อม ขนาดฉันใช้ยังไปทำงานไม่ได้ตั้งสามวัน ถ้าเป็นนายไม่ตายก็บุญแล้ว”
“ยังไม่กลับไปอีกเรอะ -*- ” แมลงปอยิ้มมองคลิฟฟ์ตาขวาง “ก็ใครสอนท่านี้ให้ฉันล่ะฟะ แถมไม่ยอมบอกว่ามีผลข้างเคียงแบบนี้ด้วย” เขาปล่อยไรอาให้บินออกไปแล้วหันไปมองคลิฟฟ์ต่อ
คนถูกมองเดินเข้ามาใกล้พรานหนุ่มที่นั่งอยู่ “หึ แล้วจะยังมีแรงขัดขืนอยู่รึเปล่าน้า” เขาลูบแก้มคนผมแดงแล้วเชยคางขึ้น
“เฮ้ย อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะเฟ้ย” แมลงปอยิ้มพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่เหลือแรงพอแม้แต่จะปัดมือนั้นทิ้ง
“ไม่บ้าหรอกน่า...หึหึหึ”
25/04/49
MALANGPORYIM'S TALK
ยี้!!! ฟิคอุบาทว์! จำได้ว่าตอนเขียนเรื่องนี้นี่เขียนเพราะว้อนท์ฉากบู๊และอยากไซโคเรนซ์Xฟาริลใส่คนอ่าน (อีเลวววว) ถึงใจจริงจะชอบเรนซ์คลิฟฟ์มากก็เถอะ *-*
พอเอามาอ่านอีกรอบแล้วรู้สึกว่าแมลงปอยิ้ม เป็นเสะรั่วที่ตัวละครทุกตัวรอจังหวะจะแก้แค้นมันอยู่...แต่คลิฟฟ์เอ้ย...เอ็งติดกับมันแล้วล่ะลูก หึๆๆๆ
จริงๆมันหลอกให้ แก
แล้วจะมาร้องเรียกค่าเสียหายทีหลังตะหาก ระวังนะ ไม่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็จะท้องล่ะ ปุริ!
ฟาริลอุเกะ *///*
อ้อ เกือบลืมชี้แจง ท่าสปินนิ่ง แฟลร์เป็นท่าที่จู่โจมเป็นวงกลมรอบเป้าหมาย ลูกธนูจะโจมตีจากทุกทิศทางซึ่งต้องอาศัยความชำนาญมาก ทั้งความเร็วแล้วก็ความแรง ระหว่างที่เคลื่อนที่รอบเป้าหมายก็ต้องยิงธนูไปด้วย ถ้าใช้ไม่คล่องอาจปวดมือได้ (เมิงห่วงอยู่แค่เนี้ยะ?) เป็นท่าไม้ตายของคลิฟฟ์ซึ่งเขาจะใช้ออกมาตอนไหนก็คงต้องดูอีกที (หมายถึงใน RO the Releaser อ่ะนะ) แล้วคลิฟฟ์ก็สอนท่านี้ให้แมลงปอยิ้ม พอใช้แล้วจะหมดแรงข้าวต้มทันที (เป็นแผนการของคลิฟฟ์รึเปล่าหว่า?) ชื่อท่าก็เอามาจากท่าของมอนสเตอร์มังกรไฟเลื้อยในเกม Legend of Legaia พราะมันเท่ >///< เล่นยังไงก็เก็บมาเป็นของตัวเองไม่ได้ซะที
^ ย่อหน้านี้เอามาจากทอล์คอันเ่ก่าตอนพิมพ์เรื่องนี้เสร็จใหม่ๆ ท่าอะไรวะ โกงชิบหอย *0* เด๋วนี้เลิกชอบเกมนี้ไปละ
edit @ 21 Nov 2007 20:05:01 by แมลงปอยิ้ม มนุดที่หล่อที่สุดในจักรวาล~


หลอกให้เข้ามาอ่านซ้ำ บรู่ว....ว
แต่ไอ้ตอนเนี๊ยะเข้าใจว่า ทำให้เด็กใจแตกไปหลายคนเลยล่ะนะ (มันผ่านกองบก.ไปได้ไงนิ ยังสงสัยไม่หาย เหอๆ)
#1 By Evil eye on 2007-11-22 15:22